OutCase

 สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลปิดโรงเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 1 เดือน แก้ปัญหาความรุนแรง ระบุหากรัฐบาลไม่สั่งปิดเรียนองค์กรครูพร้อมปิดเรียนทั่วประเทศ

หากผมเป็นครูภาคใต้ . . . ผมยอมตายดีกว่าไม่ได้สอนนักเรียน
หากผมเป็นครูในภาคอื่นๆ(ที่ไม่ใช่ภาคใต้) . . . ผมจะอาสาไปช่วยสอน
ดีกว่ามานั่งแหกปากอยู่ที่บ้านตัวเอง โดยที่ไม่รู้สถานการณ์ต่างๆ
อย่างน้อยไปยืนอยู่ตรงจุดที่เค้ายืนอยู่สักพัก แล้วค่อยมาแหกปาก
ยังดีกว่าไม่เคยไปยืนอยู่บนจุดนั้น แล้วเห่า

- ทำไมทหารชอบอ้างกษัตริย์
- ทหารกับการเมือง
- ไว้อาลัยแด่วีรบุรุษประชาธิปไตย

... ผมเห็นใบประกาศพวกนี้ติดอยู่เต็มบริเวณทางเดินไปโรงอาหารกลาง
ของ ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต
น่าชื่นจัยนะครับที่มีนักศึกษาที่สนใจการเมือง
... ติดอยู่ที่ทำมัยนักศึกษาพวกนี้ชอบเอาปัญหาไกลตัวมาคิดก่อน
ผมไม่ได้พยายามบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัวนะครับ
เพียงแต่ว่าก่อนที่จะรณรงค์เรื่องการเมือง
เราควรจะรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมรอบตัวก่อนดีมั๊ย
หรือพูดง่ายๆก็คือ รณรงค์เรื่องการเมืองภายในท้องถิ่นก่อน
แล้วค่อยไปรณรงค์ระดับชาติ ต่อต้านอะไรก็ว่าไป
... แปลกจัยว่านักศึกษาที่นี่
ไม่พอจัยกับการที่ทหารเข้ามามีบทบาททางการเมืองในช่วงนี้
แต่พวกเขากลับพอจัย(และไม่มีใครพูดถึง)
กับสภาพสนามกีฬาที่ไม่เคยเปิดไฟเรยสักดวงหนึ่ง
ถึงแม้ว่าจะมีทั้งนักศึกษา และนักกีฬาไปใช้จนดึก(ประมาณ 2 ทุ่มก่าๆ)
ในขณะที่ม.ภูธรของผมมีการเคลื่อนไหวให้ม.ยอมให้นักศึกษาใช้สนามกีฬา
บางคณะมีการเคลื่อนไหวถอดถอนผู้บริหารภาควิชา ที่บริหารไม่ดี

อยากบอกว่า ผมไม่ได้เข้าข้าง คมช. ผมไม่ได้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ผมเป็นเพียงคนที่ชอบวิจารณ์ไปเรื่อยๆ จนกว่าทุกคนจะรู้ตัวเองกันเสียทีว่า
เราควรจะเป็นบันไดให้คนรุ่นหลังก้าวข้ามไป ไม่ใช่เป็นลิฟท์นะครับ

(อดที่จะเขียนเรื่องแนวนี้ไม่ได้ -- ก็ผมอยู่ในธรรมศาสตร์ทั้งที)

ไปอ่านบล็อคคุณฟิวส์มารู้สึกว่า...
...อยากจะเห็นอนาคต...
...อนาคตที่เทคโนโลยีของมนุษย์
(เทคโนโลยีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร
หรือแม้แต่ระบบสังคม และเศรษฐกิจ หรือศาสนา
)
สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้
(ธรรมชาติทุกอย่าง อย่างเช่น น้ำท่วม พายุ สัตว์ป่า ป่าไม้ ฯลฯ)

ประมาณว่าเมื่อน้ำท่วม
ตึกที่อยู่อาศัยหรือเครื่องจักต่างๆ...
ก็จะสามารถลอยเหนือน้ำได้
แต่ยังสามารถลอยอยู่ในจุดเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง
(ผมคิดว่าเป็นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่ดีนะ
ไม่เปลี่ยนแปลงธรรมชาติ แต่เปลี่ยนแปลงตัวเราเอง
)

ออกจะดูเวอร์ไปหน่อย แต่มันก็ดูดีกว่าที่เป็น
เพราะการกั้นน้ำไม่ให้มันท่วมในที่ๆมันเคยท่วม
ผมคิดว่ามันเหมือนกับการทิ้งน้ำไปแบบไม่ได้ใช้ประโยชน์
ซึ่งประโยชน์ที่เราได้ทิ้งไปมันมีค่ามหาศาลมาก
เพราะว่าน้ำได้พัดพาเอาดินตะกอนจากที่ต่างๆ
ซึ่งมีแร่ธาตุมากๆมาไว้ในที่ๆมันท่วม
อีกทั้งยังเป็นการชำระล้างหน้าดินไปในตัว
ยังไม่นับรวมถึงการเป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่างๆ
ซึ่งผมคิดไกลไปถึงพวกจุลินทรีย์ในน้ำด้วย
(มนุษย์มีเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบอย่างนี้รึเปล่า)

จากพื้นดินที่ควรจะอุดมสมบูรณ์ไปตามฤดูกาล
ดันกลายไปเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่น้ำท่วมแล้วจะกลายเป็นอัมพาต

อาจจะเป็นเรื่องที่ถูก...
ถ้าหากว่ามนุษย์จะยังคงรักษาอารยธรรมเหล่านี้ได้
...เมืองยังคงเป็นเมืองไปตลอดกาล
...อารยธรรมยังคงเป็นอารยธรรมไปตลอดกาล

แต่ว่าทุกสิ่งมันกลับไม่ยั่งยืน
อนาคตทุกอย่างอาจจะพังพินาศ
มนุษย์อาจจะต้องย้อนกลับไปพึ่งพาเกษตรกรรม
แต่จะทำเกษตรกรรมที่ไหน...
...ในเมื่อพื้นที่ๆควรจะอุดมสมบูรณ์
...กลับกลายเป็นคอนกรีตหนาเป็นฟุต

ผมคิดได้เพียงแค่ว่า
บาปกรรมมันไม่เคยตกที่เรา
มันมักจะไปตกกับผู้ที่ไม่รู้เรื่อง
...อย่างเช่นลูกหลานของเราเสียมากกว่า

ปล.ผมแค่คิดเร่นๆ...แต่เป็นจิงคงจะดีไม่น้อย
ปล.ผมอยากเห็นภาพคนพายเรือไปทำงานบริษัทในฤดูน้ำหลากจิงๆนะ
ปล.ผมคิดมากไปรึเปล่าเนี่ย d ? ? b
ปล.ผมแค่อยากจะให้ทุกๆคนอยู่ร่วมกับธรรมชาติ
ปล.ทุนนิยมไม่ใช่ระบบที่เอื้ออำนวยให้เรารักษาธรรมชาติ
ปล.ทุนนิยมคือความคิดที่ว่าทุกอย่างคือทุนสามารถมีราคาได้...แม้แต่ชีวิตของคนที่คิดมันขึ้นมาเอง